ผู้เขียน หัวข้อ: ชาวบ้านล่ากิ้งก่าขายเป็นอาชีพเสริมและบริโภค  (อ่าน 1582 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Kimzii

  • บุคคลทั่วไป




ช่วงนี้ประชาชนในพื้นที่จ.อุบลราชธานี นิยมจับกะปอมหรือกิ้งก่า

มาเพื่อประกอบอาหารและจำหน่ายเป็นอาชีพเสริม เป็นจำนวนมาก เนื่องจากชาวบ้านนิยมบริโภคกิ้งก่าช่วงฤดูแล้ง เพราะเชื่อว่าเป็นช่วงที่กิ้งก่าไม่มีพยาธิ โดยวิธีการจับกิ้งก่าตามภูมิปัญญาชาวบ้านนั้นจะมี 2 วิธีหลักคือการจับเป็นโดยใช้วิธีการคล้องด้วยบ่วงคล้อง และการไต้ตอนกลางคืนขณะที่กิ้งก่านอนหลับ  วิธีการจับตายโดยการใช้ลูกดอกหรือหนังสติ๊กยิง นายอภิสิทธิ์  จิตธรรม นักศึกษาเอกคอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ”ก้อยกะปอม” เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมของคนในพื้นที่มาก เพราะรสชาติอร่อย และกะปอมหรือกิ้งก่าซึ่งเป็นอาหารโปรดชาวอีสานจะนิยมจับไปประกอบอาหารกันในฤดูแล้งไม่นิยมจับในฤดูฝนเนื่องจากกิ้งก่าจะมีพยาธิ ทั้งนี้เนื่องจากกิ้งก่าจะกินอาหารพวกแมลงที่มักมีไข่พยาธิตามวงจรชีวิตเข้าไปเจริญเติบโตในท้องของกิ้งก่าและช่วงนี้กิ้งก่าจะกินอาหารน้อยและเป็นช่วงที่วางไข่
ทั้งนี้กิ้งก่าที่นิยมจับไปขายและประกอบอาหารในภาคอีสานคือ กะปอมคอแดง ซึ่งลำตัวจะมีสีครีมแต่เวลาอาบแดดมักจะเปลี่ยนสีที่คอเป็นสีแดงเรื่อ กะปอมอีปิก เป็นกิ้งก่าที่มีขนาดเล็กกว่ากะปอมคอแดงมีลวดลายทั่วตัว และกะปอมขนาดใหญ่สีเขียวเรียกกะปอมก่า มีสีเขียวและมีจุดน้ำตาลหลากกลายสี  ส่วนกะปอมปี หรือกิ้งก่าบินได้ไม่นิยมจับมาทำเป็นอาหาร


นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อไปว่าการจับกิ้งก่าหรือกะปอมไปเป็นอาหารมักนิยมจับเป็นโดยการคล้องด้วยบ่วงคล้อง หรือยิงด้วยพลุหรือหนังสติ๊ก

  ส่วนอาหารจะนิยมทำก้อยใส่มะม่วง โดยการเผาและขลอดเกล็ดกิ้งก่าก่อนนำไปปลิ้งจนสุกแล้วนำไปสับให้ละเอียดก่อนปรุงตามใจชอบและที่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่นิยมใช้ปรุงรสเปรี้ยวแทนรสเปรี้ยวจากวัสดุอื่นคือมะม่วงสับ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือการจับด้วยวิธีการไต้ ตอนกิ้งก่านอนกลางคืน ซึ่งไม่สามารถหลบหนีได้เห็นกี่ตัวก็จับได้หมด เป็นวิธีที่บรรดาพ่อค้ากิ้งก่าใช้กันเพราะจับได้ครั้งละหลายตัวแต่เสี่ยงที่จะทำให้กิ้งก่าสูญพันธุ์โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง ซึ่งเป็นช่วงการวางไข่ตามวงจรชีวิตของกิ้งก่า ดังนั้นที่อำเภอโขงเจียม ตำรวจจึงห้ามไม่ให้มีการนำกิ้งก่ามาวางจำหน่ายในตลาดโดยเด็ดขาด


พ.ต.อ.สุรัตน์  ส่งเสริม ผกก.สภ.โขงเจียม กล่าวว่าทาง สภ.โขงเจียมร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้

ออกประกาศเตือนและควบคุมไม่ให้มีการนำกิ้งก่าไปขายในตลาดเนื่องจากเกรงว่ากิ้งก่าจะสูญพันธุ์มีโอกาสเป็นไปได้หากมีการจับกันเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในช่วงนี้ที่เป็นช่วงกิ้งก่าวางไข่ ดังนั้นทาง สภ.โขงเจียมจึงได้ออกตรวจและห้ามจับกิ้งก่าจำหน่ายในตลาด แต่การจับเพื่อประกอบเป็นอาหารตามปกติของชาวบ้านก็ไม่ว่ากัน ด้านนายสมาน ภารณะรมย์  กล่าวว่าก้อยกะปอมเป็นอาหารเมนูเด็ดของชาวอีสานที่หารับประทานได้เป็นฤดูกาล ซึ่งการจับกิ้งก่าก็นิยมจับช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วงการวางไข่โอกาสเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ก็เป็นไปได้ การที่ อ.โขงเจียมได้ห้ามจำหน่ายในตลาดตนเองเห็นด้วยและถือเป็นเรื่องที่ดีเพื่ออนุรักษ์ เพราะปัจจุบันรับทราบว่ากิ้งก่าก็เริ่มหายากราคาและมีราคาแพงวางจำหน่ายกัน 4-5 ตัวต่อ 20 บาทแล้ว และขณะนี้ถือเป็นที่น่ายินดีว่ามีกลุ่มที่จะอนุรักษ์กิ้งก่าเช่นที่วัดบ้านเก่าขาม ต.ศรีสุข อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ที่กำลังก่อสร้างอุทยานกิ้งก่า โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อขยายจำนวนกิ้งก่าให้เพิ่มขึ้นเป็นล้านตัวในปี 57 นี้



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์                             

โดย :KimZii โพสเมื่อ [วันจันทร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 10:37 น.]


 
แชร์บทความ...
โค้ดแบบ forum
(BBCode)
โค้ดแบบ site/blog
(HTML)